คลินิกหมอภัทรแพทย์แผนไทยรักษาสะเก็ดเงิน

อยากกินของโปรดแต่กลัวสะเก็ดเงินกำเริบ จะบาลานซ์ยังไงดี?

เป็นสะเก็ดเงินกินอะไรดี

หลายคนที่เป็นโรคสะเก็ดเงินอยากกินของอร่อย แต่มักกังวลเรื่องอาหารมากที่สุด เพราะกินผิดนิดดกียวก็อาจทำให้ผื่นแดงคัน และอาการกำเริบได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากงดของอร่อยไปหมดใช่ไหม? 

ความจริงแล้ว…ไม่จำเป็นต้อง “งดทุกอย่าง” แต่แค่ต้องรู้วิธีบาลานซ์อาหารให้เหมาะกับร่างกายก็สามารถกินของโปรดได้ โดยไม่กระตุ้นอาการสะเก็ดเงินมากเกินไป 

ทำความเข้าใจก่อน “โรคสะเก็ดเงิน” เกี่ยวอะไรกับอาหาร?

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นโรคอักเสบเรื้อรังของผิวหนังที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ทำให้ผิวหนังแบ่งตัวเร็วกว่าปกติจนเกิดผื่นแดงนูนและมีสะเก็ดขาวๆ คล้ายรังแค อาการอาจเกิดได้หลายตำแหน่ง เช่น

  • สะเก็ดเงินที่หัว (หนังศีรษะแดง ลอก คัน)

  • สะเก็ดเงินที่หน้า (ผื่นบาง แต่ไวต่อการระคายเคือง)

  • สะเก็ดเงินมือและเท้า (หนา แตก เจ็บง่าย)

  • สะเก็ดเงินที่ลำตัว (ผื่นกระจายเป็นปื้นใหญ่)

  • สะเก็ดเงินที่ข้อศอก (หนา แห้ง และลอกชัดเจน)

อาหารบางชนิดอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบมากขึ้น ทำให้อาการกำเริบเร็วขึ้น ดังนั้น “เป็นสะเก็ดเงินกินอะไรดี” หรือ “ควรเลี่ยงอะไรบ้าง” จึงเป็นคำถามที่สำคัญมากในการดูแลตัวเอง

กลุ่มอาหารที่คนเป็นสะเก็ดเงินควรระวังเป็นพิเศษ !

การเข้าใจว่า “สะเก็ดเงินห้ามกินอะไร” ช่วยให้ควบคุมอาการได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่ก่อให้เกิดอการอักเสบ เช่น   

  1. ของทอดของมัน เช่น ไก่ทอด หมูกรอบ ไขมันสูง ทำให้ร่างกายอัดเสบได้ง่าย 
  2. อาหารแปรรูปเช่น ไส้กรอก แฮม ลูกชิ้น มีโซเดียมและสารกันเสียสูง 
  3. ขนมหวานอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น เค้ก เบเกอรี่ ชานมไข่มุก เพิ่มอินซูลิน กระตุ้นการอักเสบในเซลล์ผิวหนัง 
  4. นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมเช่น ชีส เนย อาจจะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันบางคน 
  5. อาหารหมักดองจัดเช่น กะปิ ปลาร้า กิมจิ มีฮีสามีนสูง ทำให้คันผิว 
  6. แอลกอฮอล์ลดการทำงานของตับและภูมิคุ้มกัน 
  7. ผลไม้รสหวานจัดเช่น ทุเรียน ลำไย องุ่นมีน้ำตาลฟรุกโตสสูง  

 

Tip : อาหารเหล่านี้แนะนำให้หลีกเลี่ยงไปก่อน หรืออาหารอื่นๆนอกเหนือจากนี้หากกินแล้วอาการแย่ลงภายใน 1–3 วัน ก็อาจเป็นสัญญาณว่าควรหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้น 

 

วิธีบาลานซ์ระหว่าง “ของโปรด” กับ “อาการสะเก็ดเงิน”

หรับคนเป็นสะเก็ดเงินที่ตัดใจจากของโปรดไม่ได้ ควรมีเทคนิคบาลานซ์เพื่อให้ยังพอกินได้บ้างโดยไม่ กระทบกับอาการมากเกินไปค่ะ   

  1. วางแผนล่วงหน้าไม่กินตามใจปาก อาจจะลองตั้ง Cheat Day ไว้ล่วงหน้า เช่น อาทิตย์ละครั้ง เพื่อให้ร่างกายได้ เตรียมพร้อม และเราก็ได้มีสติในการควบคุมปริมาณ ไม่เผลอกินเพลินเกินพอดีค่ะ   
  1. อย่ากินอาหารแสลงติดๆกันหลายมื้อหรือหลายวัน หากเผลอกินของทอดวันนี้ พรุ่งนี้ควรพักด้วยเมนูผัก ผลไม้ หรือน้ำสมุนไพร เพื่อลดภาระระบบภูมิคุ้มกัน  
  1. ปรับเมนูโปรดให้เบาลงแทนที่จะงดไปเลย ลองเลือกเวอร์ชันที่ดีกว่า เช่น ถ้าชอบกินพิซซ่าก็เลือกแป้งบาง ใส่ผัก เพิ่ม ลดชีส ถ้าชอบกินหมูกระทะให้ทานเป็นพวกเนื้อสดไม่ผ่านการหมัก งดของแปรรูป เพิ่มผักเยอะๆ เลี่ยงการซด น้ำซุป และจิ้มน้ำจิ้มน้อยๆ หรือถ้าชอบกินขนมหวานก็ให้เลือกแบบน้ำตาลน้อย กินชิ้นเล็กๆ หรือแบ่งกินกับเพื่อน ได้   
  1. เตรียมร่างกายก่อนกินมื้อของโปรดแนะนำให้ดื่มน้ำเยอะๆอย่างน้อย 2-3 ลิตร พักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ งดอาหารแสลงชนิดอื่นร่วมด้วย เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราสมดุล ไม่ถูกกระตุ้นมาก เกินไป   
  1. สังเกตตัวเองหลังมื้อของโปรดว่ามีอาการกำเริบไหมเช่น ผื่นแดงมากขึ้น คันมากขึ้น ถ้ามีก็อาจจะลดปริมาณ หรือหลีกเลี่ยงไปก่อน 

นอกจากอาหารแล้ว พฤติกรรมเหล่านี้สำคัญมาก!

  • พักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชม. วัน 
  • หลีกเลี่ยงความเครียด เพราะเป็นตัวกระตุ้นสะเก็ดเงิน 
  • ออกกกำลังกายเบาๆ เช่น เดิน โยคะ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียน 
  • ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสูตรอ่อนโยน ปราศจากสเตียรอยด์ 

สะเก็ดเงินไม่ใช่จุดจบของความสุขในการกิน!

คนเป็นโรคสะเก็ดเงินไม่จำเป็นต้องงดของอร่อยไปตลอดชีวิต แค่เรียนรู้ที่จะ “ฟังร่างกายตัวเอง” และรู้จักบาลานซ์ระหว่างอาหารแสลงกับอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ผื่นก็สามารถคุมได้ไม่ยาก หากต้องการคำแนะนำเรื่อง การรักษาสะเก็ดเงินแบบองค์รวม ที่ช่วยฟื้นฟูจากภายในอย่างปลอดภัย ปรึกษาคลินิกบ้านหมอภัทร แผนไทยที่ดูแลโรคสะเก็ดเงินโดยเฉพาะ ด้วยสมุนไพรและวิธีธรรมชาติที่ไม่พึ่งสเตียรอยด์