คลินิกหมอภัทรแพทย์แผนไทยรักษาสะเก็ดเงิน

เล็บพังเพราะสะเก็ดเงิน? รู้ก่อนว่าทำไมถึงรักษายาก!

สะเก็ดเงินที่เล็บ

เล็บเปลี่ยนสี หนา แตกง่าย ระวัง! เป็น “สะเก็ดเงินที่เล็บ” เคล็ดลับฟื้นฟูเล็บสวย กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

รักษาสะเก็ดเงิน โดยเฉพาะสะเก็ดเงินที่เล็บ ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สุดของการดูแลโรคนี้ เพราะแม้ผู้ป่วยหลายคนจะพยายามดูแลหรือใช้ยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด แต่อาการก็มักดีขึ้นช้าและกลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย ในบทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจลึกถึงสาเหตุ อาการ วิธีดูแลตนเอง และแนวทางการรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อให้เล็บกลับมาสวย แข็งแรง และสุขภาพดีอีกครั้ง

ทำความรู้จักสะเก็ดเงินที่เล็บ คืออะไร

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ทำให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วเกินไป จนเกิดเป็นผื่นนูนแดงและมีสะเก็ดหนาสีขาวเงิน ในบางรายโรคนี้ไม่ได้เกิดแค่ที่ผิวหนัง แต่ยังลามไปถึงบริเวณเล็บมือเล็บเท้า ซึ่งเรียกได้ว่าสะเก็ดเงินที่เล็บ  (Nail Psoriasis) เป็นอาการที่พบในคนไข้สะเก็ดเงินมากถึง 50% และในบางกลุ่มที่มีข้ออักเสบ (Psoriatic Arthritis) ร่วมด้วย อาจพบได้ถึง 80% เลย

อาการของสะเก็ดเงินที่เล็บ

ลักษณะของอาการขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและตำแหน่งที่เป็น ได้แก่ 

  • เล็บบุ๋มเป็นจุดเล็กๆ คล้ายถูกเข็มจิ้ม (Pitting Nail)
  • เล็บหนา ขรุขระ หรือเปลี่ยนรูป
  • เล็บล่อนหรือแยกตัวจากเนื้อใต้เล็บ (Onycholysis)
  • สีเล็บเปลี่ยนเป็นเหลืองหรือน้ำตาล หรือขาวขุ่น
  • บางรายอาจมีอาการเจ็บหรือปวดร่วมด้วย

 

อาการเหล่านี้อาจเกิดเพียงบางเล็บ หรือหลายเล็บพร้อมกัน และบางครั้งอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การหยิบจับของ การเดิน หรือการใส่รองเท้า

ทำไมสะเก็ดเงินที่เล็บ ถึงรักษายากกว่าสะเก็ดเงินทั่วไป?

1. เล็บเป็นโครงสร้างแข็งและหนา

ชั้นเคราตินในเล็บหนาแน่น ทำให้ยาทาหรือยาเสตียรอยด์ซึมผ่านได้ยาก โดยเฉพาะบริเวณโคนเล็บ ที่เป็นจุดกำเนิดของอาการสะเก็ดเงิน 

2. เล็บงอกช้า

เล็บมือโดยเฉลี่ยจะยาวประมาณ 2–3 มิลลิเมตรต่อเดือน ส่วนเล็บเท้างอกช้ากว่านั้นอีกมาก ซึ่งต้องรอหลายเดือนถึงจะเห็นผลการรักษาสะเก็ดเงินชัดเจน 

3. มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อราแทรกซ้อน

เนื่องจากสะเก็ดเงินที่เล็บอาจทำให้เล็บมีรูปร่างผิดปกติ มีความชื้น สะสม และเกิดการแยกตัวของเล็บจากเนื้อ ทำให้เชื้อราเข้าไปเจริญเติบโตได้ง่าย การรักษาจึงอาจต้องดูแลทั้ง สะเก็ดเงินและเชื้อราที่เล็บไปพร้อมกัน ซึ่งซับซ้อนและต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น

แนวทางการรักษาโรคสะเก็ดเงินที่เล็บ

ปัจจุบันรักษาโรคสะเก็ดเงินมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและบริเวณที่เป็น โดยแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด เช่น

1. ยาทาเฉพาะที่ (Topical Treatment)

ใช้ในผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง เช่น ครีมสเตียรอยด์ วิตามินดีอะนาล็อก (Calcipotriol) หรือยาทาที่ช่วยลดการอักเสบของเล็บ แต่ต้องใช้ต่อเนื่องหลายเดือน

2. การฉีดยาเข้าบริเวณโคนเล็บ

ใช้ในผู้ที่มีอาการเฉพาะเล็บบางนิ้ว แพทย์จะฉีดยาสเตียรอยด์เข้าที่บริเวณใต้เล็บโดยตรง เพื่อให้ยาซึมถึงชั้นลึกของผิวหนัง

3. ยารับประทานหรือยาฉีดระบบ (Systemic Treatment)

สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรง หรือมีข้ออักเสบร่วมด้วย แพทย์อาจให้ยากลุ่ม Methotrexate, Cyclosporine หรือยากลุ่มชีวภาพ (Biologic) ที่ช่วยควบคุมภูมิคุ้มกันในร่างกาย

4. การฉายแสงเล็บ (Phototherapy)

ใช้รังสี UVB หรือ PUVA ช่วยลดการอักเสบของผิวและเล็บ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อยาทา

รักษาสะเก็ดเงินที่เล็บ

วิธีการดูแลตนเอง เมื่อเป็นสะเก็ดเงินบริเวณเล็บ

  1. ควรดูแลเล็บให้สะอาดและแห้งเสมอ หลีกเลี่ยงการแช่น้ำเป็นเวลานาน เนื่องจากหากมีความชื้นสะสมจะเพิ่ม ความเสี่ยงต่อการเป็นเชื้อราหรือการติดเชื้อแทรกซ้อน 
  2. ตัดเล็บให้สั้นพอดี ไม่ปล่อยให้เล็บยาวหรือแหลมจนเกินไป หลีกเลี่ยงการงัดเล็บหรือแคะขี้เล็บใต้เล็บ เพราะจะ ยิ่งทำให้เกิดการอักเสบ 
  3. หลีกเลี่ยงการทำเล็บ ทาเล็บ หรือติดเล็บปลอม เพราะสารเคมีในน้ำยาทาเล็บ หรือกาวติดเล็บปลอม อาจ กระตุ้นให้โรคกำเริบ 
  4. หลีกเลี่ยงการใช้เล็บแกะหรือขูดสิ่งของ และควรสวมถุงมือเมื่อต้องทำงานบ้าน หรือกิจกรรมที่ต้องใช้มือมาก 
  5. ควรเลือกรองเท้าที่ไม่คับหรือบีบแน่นเกินไป เพื่อป้องกันการกดทับหรือระคายเคืองบริเวณเล็บเท้า
  6. ลดความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะความเครียดเป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ

สะเก็ดเงินที่เล็บรักษาได้ ถ้าเข้าใจและดูแลถูกวิธี

แม้สะเก็ดเงินบริเวณเล็บรักษายากกว่าปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรักษาไม่ได้ การรักษาที่ได้ผลต้องอาศัยความต่อเนื่อง+การดูแลตนเอง+การติดตามแพทย์อย่างใกล้ชิด ยิ่งเริ่มรักษาเร็วเท่าไร ยิ่งมีโอกาสฟื้นฟูเล็บให้กลับมาสวยแข็งแรงได้เร็วขึ้น

หากคุณสงสัยว่าตัวเองอาจมีอาการสะเก็ดเงิน เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการักษาที่เหมะสมกับคุณที่สุด  บ้านหมอภัทรคลินิก พร้อมดูแลคุณด้วยแนวทางแพทย์แผนไทย โดยเน้นการปรับสมดุลภูมิคุ้มกันภายใน ลดการอักเสบจากต้นเหตุ และฟื้นฟูผิว-เล็บให้แข็งแรงจากภายในอย่างยั่งยืน