คลินิกหมอภัทรแพทย์แผนไทยรักษาสะเก็ดเงิน

ยิ้มได้แม้มีสะเก็ดเงิน อยู่กับโรคเรื้อรังอย่างไรให้มีความสุข

สะเก็ดเงินกับความสุข

สะเก็ดเงิน อาจทำให้บางวันคุณรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อมีผื่นขึ้นตามจุดที่สังเกตเห็นง่าย เช่น สะเก็ดเงินที่หน้า, สะเก็ดเงินที่ข้อศอก, สะเก็ดเงินที่ลำตัว, หรือแม้แต่ สะเก็ดเงินที่เล็บ และ สะเก็ดเงินมือและเท้า แต่เชื่อไหมว่า…ความสุขไม่ได้หายไปพร้อมกับผิวที่มีผื่น มันยังอยู่ในใจคุณเสมอ

แม้โรคสะเก็ดเงินจะเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องดูแลระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการรักษาผื่นตามลำตัว ผื่นที่ศีรษะหรือ รักษาสะเก็ดเงินที่หัว แต่หากเข้าใจและเรียนรู้วิธีอยู่กับมันอย่างถูกทาง คุณก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า สนุกกับทุกวัน และยิ้มให้กับตัวเองได้โดยไม่ต้องกังวลสายตาใคร เพราะสุขภาพจิตที่ดี คือยาที่ดีที่สุดสำหรับคนเป็นโรคสะเก็ดเงินจริงๆ

เข้าใจโรคสะเก็ดเงินก่อนเริ่มรักษา

ก่อนจะเริ่มรักษาโรคสะเก็ดเงิน สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือการ เข้าใจโรคนี้อย่างถูกต้อง เพราะความเข้าใจผิดเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนรู้สึกกลัวและเครียดโดยไม่จำเป็น 

โรคสะเก็ดเงิน  (Psoriasis) ไม่ใช่โรคติดต่อ และไม่ได้เกิดจากการแพ้หรือความสกปรกของผิว แต่เกิดความผิดปกติของระบบภูิมคุ้มกัน ที่ทำให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วเกินไป ร่างกายจึงผลัดเซลล์ผิวบ่อยกว่าปกติ จนเกิดเป็นผื่นแดง และสะเก็ดสีขาว ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ข้อศอก เข่า หนังศีรษะ หรือเล็บ 

แม้โรคนี้จะรักษาไม่หายขาด แต่สามารถควบคุมอาการได้ดีหากดูแลอย่างถูกวิธีและต่อเนื่อง ซึ่งหลายคนสามารถใช้ชีวิตได้โดยแทบไม่มีผื่นกลัยมาอีกเลยเป็นเวลาหลายปี

ปัจจัยที่ทำให้อากาสะเก็ดเงินกำเริบ

  • ความเครียดสะสม
  • การนอนหลับไม่เพียงพอ
  • การดื่มแอลกออล์หรือสูบบุหรี่
  • อาหารที่ไขมันต่ำหรือน้ำตาลสูง
  • การติดเชื้อหรือใช้ยางบางชนิด

วิธีอยู่กับโรคสะเก็ดเงินอย่างมีความสุข

1. เริ่มจากเข้าใจโรคก่อนไม่ต้องกลัวเกินไป

สะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ และไม่ใช่เพราะไม่สะอาด อย่างที่หลายคนเข้าใจผิดการทำความเข้าใจว่าโรคนี้เกิดจากภูมิคุ้มกัน จะช่วยให้เราไม่รู้สึกกลัวหรืออายที่จะใช้ชีวิตในสังคม

2.อย่าหมกหมุ่นกับคำว่า หายขาด แต่โฟกัสที่การควบคุมอาการ

เป้าหมายของการรักษาในปัจจุบันคือ ควบคุมผื่นให้อยู่ในภาวะสงบ ซึ่งคนไข้จำนวนมากสามารถอยู่ได้โดยไม่มีผื่นนานหลายปี ด้วยการดูแลต่อเนื่อง เช่น

  • ใช้ยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
  • ทาครีมบำรรุงผิวเพื่อป้องกันผิวแห้ง
  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่รู้ว่าตัวเองแพ้หรือทำให้ผื่นขึ้น

3.จัดการความเครียดให้ได้ เพราะเครียด = ผื่นกำเริบ

งานวิจัยพบว่าความเครียดเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นอาการสะเก็ดเงิน การหาวิธีผ่อนคลายจึงสำคัญมาก เช่น

  • ทำสมาธิหรือโยคะ
  • ออกกำลังกายเบาๆ
  • ฟังเพลง ดูหนัง หรือใช้เวลากับคนที่รัก
  • เขียนไดอารี่ระบายความรู้สึก


การดูแลใจให้สงบข่วยให้อาการทางผิวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

4.กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพผิว

ไม่จำเป็นต้อง งดทุกอย่างแต่ควรเลือกอาหารที่ลดการอักเสบ เช่น

  • ปลาแซลมอน ปลาทะเลน้ำลึก (มีโอเมก้า-3)
  • ผักผลไม้หลากสีมีสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ดื้มน้ำสะอาดให้มากในแต่ละวัน


และควรลดหรือหลีกเลี่ยง ของทอดของมัน แอลกอฮอล์ น้ำตาลและอาหารแปรรูป

5.นอนหลับให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่รางเหมาะสม

การนอนน้อยทำให้ร่างกายอักเสบภูมิคุ้มกันแปรปรวน ควรนอนวันละ 6-8 ชั่วโมง และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดิน วิ้ง ว่ายน้ำ เพื่อให้เลือดไหลเวียนดี ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย

รักษาโรคสะเก็ดเงิน

การรักษาโรคสะเก็ดเงินในปัจจุบัน

แพทย์จะเลือกวิธีการรักษาตามระดับความรุนแรงของอาการ เช่น

  • ครีมสเตียรอยด์หรือวิตามินดีอนุพันธ์ สำหรับผื่นเล็กน้อย
  • แสงอาทิตย์ (Phototherapy) สำหรับอาการปานกลาง
  • ยารับประทานหรือยาฉีดชีววัตถุ (Biologic drugs) สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง

 

การรักษาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพื่อความปลอดภัยและได้ผลดีที่สุด

อยู่กับโรคสะเก็ดเงินอย่างมีความสุขได้

แม้ “โรคสะเก็ดเงิน” จะเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายขาด แต่เราสามารถ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ ด้วยการเข้าใจโรค ควบคุมอาการ และดูแลสุขภาพกายใจอย่างสมดุล
อย่าปล่อยให้โรคนี้มาขวางความสุขในชีวิตคุณ เพราะ “คุณค่าในตัวเราไม่ได้ลดลงเพียงเพราะมีผื่นบนผิวหนัง”

หากคุณกำลังมองหาวิธี รักษาโรคสะเก็ดเงินแบบปลอดภัย ไม่ใช้สเตียรอยด์ ทีมแพทย์ผิวหนังของ บ้านหมอภัทรคลินิก พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำแนวทางการดูแลเฉพาะบุคคล เพื่อให้คุณกลับมายิ้มได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง